Last updated: 15 ส.ค. 2569 | 7 จำนวนผู้เข้าชม |
ทุกวันนี้การซักผ้าไม่ได้จบแค่คำถามว่า “จะเลือกเครื่องซักผ้ากี่กิโลกรัมดี” เพราะหลายบ้านเริ่มมองหาเครื่องอบผ้า หรือเครื่องซัก–อบที่รวมสองฟังก์ชันไว้ในเครื่องเดียว โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน บ้านที่มีพื้นที่ตากผ้าจำกัด หรือครอบครัวที่ต้องซักผ้าจำนวนมากเป็นประจำ
แต่ทั้ง เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และเครื่องซัก–อบในเครื่องเดียวกัน มีหน้าที่ ข้อดี และข้อจำกัดแตกต่างกัน การเลือกที่ถูกต้องจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าแบบไหนทันสมัยที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการซักผ้า พื้นที่ติดตั้ง จำนวนสมาชิก และความสะดวกที่แต่ละบ้านต้องการ
บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบให้เห็นชัดว่า บ้านของคุณเหมาะกับแบบไหน พร้อมตัวอย่างสินค้าจากไทยมาร์ทเพื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น
ทำความเข้าใจก่อนว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร
1. เครื่องซักผ้า
เครื่องซักผ้ามีหน้าที่ซัก ล้าง และปั่นหมาด แต่ไม่ได้ทำให้ผ้าแห้งสนิท หลังซักเสร็จจึงยังต้องนำผ้าไปตาก หรือย้ายเข้าเครื่องอบผ้าอีกครั้ง
เครื่องซักผ้าเหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่ตากผ้า อากาศถ่ายเทดี หรือผู้ที่ต้องการเน้นความจุในการซักเป็นหลัก โดยไม่จำเป็นต้องใช้ระบบอบทุกครั้ง
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ Samsung Bespoke AI รุ่น WF90F25ADSST ความจุ 25 กก. ซึ่งเป็นเครื่องซักผ้าฝาหน้าขนาดใหญ่ มีระบบ AI Wash+ ช่วยประเมินน้ำหนักผ้าและกำหนดปริมาณน้ำ ระบบ Flex Auto Dispense ช่วยจ่ายผลิตภัณฑ์ซักผ้าอย่างเหมาะสม พร้อม Steam Wash, Super Speed และ Auto Open Door ซึ่งจะเปิดประตูหลังจบการทำงานเพื่อช่วยระบายความชื้นภายในถัง นอกจากนี้ยังควบคุมผ่าน SmartThings ได้อีกด้วย
เครื่องรุ่นนี้จึงเหมาะกับครอบครัวใหญ่ บ้านที่ซักผ้าห่ม ผ้านวม หรือเสื้อผ้าจำนวนมาก รวมถึงผู้ที่ต้องการเลือกซื้อเครื่องอบผ้าแยกในภายหลัง
ข้อดีของเครื่องซักผ้า
- มีรุ่นและความจุให้เลือกหลากหลาย
- ราคามักเข้าถึงง่ายกว่าเครื่องที่รวมระบบอบ
- เลือกความจุขนาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความจุอบ
- เหมาะกับบ้านที่ยังต้องการตากแดด หรือตากผ้าตามปกติ
- สามารถซื้อเครื่องอบเพิ่มเติมในอนาคตได้
สิ่งที่ควรพิจารณา
เครื่องซักผ้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่สะดวกในวันที่ฝนตกต่อเนื่อง บ้านไม่มีแดด หรือมีพื้นที่ตากผ้าจำกัด หากผ้าแห้งไม่ทันก็อาจเกิดกลิ่นอับได้ จึงควรประเมินก่อนว่าบ้านของคุณมีพื้นที่และเวลาสำหรับการตากผ้ามากน้อยเพียงใด
2. เครื่องอบผ้า

เครื่องอบผ้าไม่สามารถซักผ้าได้ จึงไม่ใช่อุปกรณ์ที่ซื้อมาใช้แทนเครื่องซักผ้า แต่เป็นเครื่องที่ทำงานคู่กับเครื่องซักผ้า โดยนำผ้าที่ซักและปั่นหมาดแล้วมาอบให้แห้ง
เครื่องอบผ้าเหมาะกับผู้ที่มีเครื่องซักผ้าอยู่แล้ว แต่ต้องการแก้ปัญหาผ้าไม่แห้ง ฝนตก พื้นที่ตากผ้าน้อย หรือมีเสื้อผ้าที่ต้องใช้งานต่อเนื่อง เช่น ชุดนักเรียน ชุดทำงาน ผ้าเช็ดตัว และชุดกีฬา
ตัวอย่างเช่น เครื่องอบผ้า LG รุ่น RV10VHP4B ความจุ 10 กก. ใช้ระบบ DUAL Inverter Heat Pump ซึ่งช่วยอบผ้าโดยเน้นการประหยัดพลังงานและการถนอมเนื้อผ้า เหมาะกับบ้านที่ต้องการระบบอบเป็นประจำ ไม่ใช่เฉพาะในวันที่ฝนตกเท่านั้น ข้อดีของการแยกเครื่องซักและเครื่องอบ
ประโยชน์สำคัญคือความคล่องตัว หากมีผ้าหลายชุด เมื่อผ้าชุดแรกซักเสร็จและย้ายเข้าเครื่องอบแล้ว เครื่องซักผ้าก็สามารถเริ่มซักชุดต่อไปได้ ทำให้งานซักผ้าจำนวนมากเสร็จเร็วกว่าใช้เครื่องซัก–อบแบบถังเดียวที่ต้องรอให้ทั้งรอบซักและรอบอบเสร็จก่อน
นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเลือกความจุและเทคโนโลยีของแต่ละเครื่องให้เหมาะกับบ้านได้ เช่น เลือกเครื่องซักผ้าความจุสูงสำหรับผ้านวม และเลือกเครื่องอบระบบ Heat Pump สำหรับการอบผ้าประจำวัน
สิ่งที่ควรพิจารณา
ต้องมีเครื่องซักผ้าอยู่แล้ว
ใช้พื้นที่ติดตั้งมากกว่าการมีเครื่องเดียว
ต้องย้ายผ้าจากเครื่องซักเข้าเครื่องอบ
ต้องเตรียมระบบไฟฟ้าและพื้นที่ระบายอากาศตามข้อกำหนดของเครื่อง
สำหรับบ้านที่มีพื้นที่แนวนอนไม่มาก สามารถเลือกวางเครื่องซักและเครื่องอบซ้อนกันได้ในรุ่นที่รองรับ แต่ควรใช้ชุดติดตั้งที่เหมาะสมและให้ช่างตรวจสอบความแข็งแรงก่อนใช้งาน
3. เครื่องซัก–อบในเครื่องเดียวกัน
เครื่องซัก–อบแบบถังเดียวสามารถซักและอบผ้าภายในถังเดียวกันได้ ผู้ใช้ใส่ผ้าเพียงครั้งเดียว เลือกโปรแกรมซัก–อบ แล้วกลับมารับผ้าที่แห้งเมื่อจบโปรแกรม โดยไม่ต้องย้ายผ้าระหว่างเครื่อง
จุดเด่นที่สุดคือความสะดวกและประหยัดพื้นที่ เหมาะกับคอนโด ห้องพัก บ้านที่มีพื้นที่ซักล้างจำกัด หรือคนทำงานที่ไม่ต้องการเฝ้ารอย้ายผ้าจากเครื่องซักไปเครื่องอบ
ตัวอย่างเช่น Toshiba รุ่น TWD-T25BZP140MWT(MG) ซึ่งซักได้ 13 กก. และอบได้ 8 กก. มาพร้อมระบบอินเวอร์เตอร์ หน้าจอควบคุม และการติดตามสถานะผ่านโทรศัพท์มือถือ ช่วยให้ผู้ใช้จัดการทั้งการซักและอบได้ภายในเครื่องเดียว ตัวเลือกสำหรับบ้านที่ต้องการความจุสูงขึ้นคือ Samsung รุ่น WD90F21BCSST ซึ่งซักได้ 21 กก. และอบได้ 11 กก. พร้อมดีไซน์ Bespoke และหน้าจอ LCD ขนาด 7 นิ้วสำหรับควบคุมการทำงาน
เครื่องซัก–อบส่วนใหญ่มักมีความจุอบต่ำกว่าความจุซัก เช่น รุ่นที่ระบุว่า 13/8 กก. หมายถึงซักได้สูงสุด 13 กก. แต่อบได้สูงสุด 8 กก. ส่วนรุ่น 21/11 กก. หมายถึงซักได้ 21 กก. แต่อบได้ 11 กก. นั้น หากต้องการกดโปรแกรมซักต่อเนื่องไปจนถึงอบโดยไม่หยุดนำผ้าออก ควรใส่ผ้าตาม “ความจุอบ” ไม่ใช่ความจุซัก หากใส่ผ้าเต็มความจุซัก อาจต้องแบ่งผ้าออกก่อนเริ่มอบเพื่อให้ผ้าแห้งได้ทั่วถึง
ข้อดีของเครื่องซัก–อบถังเดียว
ประหยัดพื้นที่ เพราะใช้เครื่องเดียว
ไม่ต้องย้ายผ้าระหว่างเครื่อง
เหมาะกับการตั้งโปรแกรมก่อนออกจากบ้านหรือก่อนนอน
ลดปัญหาลืมผ้าเปียกทิ้งไว้ในเครื่อง
เหมาะกับการซักผ้าปริมาณไม่มากในแต่ละรอบ
สิ่งที่ควรพิจารณา
ความจุอบมักต่ำกว่าความจุซัก
รอบซักต่อเนื่องจนอบเสร็จอาจใช้เวลานาน
ไม่สามารถซักผ้ารอบใหม่ได้ระหว่างที่เครื่องกำลังอบ
หากระบบใดระบบหนึ่งต้องซ่อม จะกระทบทั้งการซักและการอบ
บ้านที่ซักผ้าจำนวนมากทุกวันอาจต้องแบ่งผ้าเป็นหลายรอบ
แล้ว LG WashTower จัดอยู่ในประเภทไหน?
หลายคนเห็นคำว่า WashTower แล้วเข้าใจว่าเป็นเครื่องซัก–อบแบบถังเดียว แต่ความจริงแล้ว LG WashTower รุ่น WT2116SHEG เป็นชุดเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าที่แยกเป็นสองถัง วางซ้อนกันในแนวตั้ง และใช้แผงควบคุมบริเวณกึ่งกลางร่วมกัน

รุ่นนี้ซักได้ 21 กก. และอบได้ 16 กก. มีระบบ AI DD™, Smart Pairing™, TurboWash™ 360, Dry Ready, Steam™ และ Allergy Care พร้อมเชื่อมต่อ LG ThinQ™ เพื่อควบคุมผ่านสมาร์ตโฟน ระบบ Smart Pairing สามารถเลือกโปรแกรมอบให้สัมพันธ์กับโปรแกรมซักได้ และดีไซน์แนวตั้งช่วยลดพื้นที่ติดตั้งเมื่อเทียบกับการวางเครื่องซักและเครื่องอบเคียงข้างกัน ่องจากเป็นเครื่องแยกสองถัง ผู้ใช้ยังต้องนำผ้าออกจากถังซักแล้วใส่เข้าไปในถังอบ แต่ข้อดีคือได้ประสิทธิภาพแบบเครื่องซักและเครื่องอบแยก พร้อมความจุสูงและการจัดวางที่เป็นระเบียบ
LG WashTower จึงเหมาะกับครอบครัวใหญ่ บ้านที่ซักผ้าหลายรอบ และผู้ที่ต้องการห้องซักผ้าดีไซน์สวยโดยไม่เสียพื้นที่แนวนอนมากเกินไป
ตารางเปรียบเทียบ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้าน
สิ่งที่ต้องยอมรับ
เครื่องซักผ้า
บ้านที่มีพื้นที่ตากผ้า หรือยังไม่จำเป็นต้องอบทุกครั้ง
มีความจุให้เลือกมาก ราคายืดหยุ่น ซักผ้ากองใหญ่ได้
ต้องตากผ้าหรือซื้อเครื่องอบเพิ่ม
เครื่องอบผ้า
ผู้ที่มีเครื่องซักผ้าอยู่แล้ว และต้องการให้ผ้าแห้งแน่นอน
อบได้เต็มประสิทธิภาพ จัดการผ้าหลายรอบได้คล่องตัว
ใช้พื้นที่เพิ่มและต้องย้ายผ้า
เครื่องซัก–อบถังเดียว
คอนโด บ้านพื้นที่น้อย หรือผู้ที่เน้นความสะดวก
ใส่ผ้าครั้งเดียว ซักและอบต่อเนื่อง ประหยัดพื้นที่
ความจุอบต่ำกว่าความจุซัก และรอบการทำงานค่อนข้างนาน
WashTower หรือชุดซัก–อบซ้อนแนวตั้ง
ครอบครัวใหญ่ ซักผ้าบ่อย และต้องการประสิทธิภาพสูง
แยกถังซักและอบ ความจุสูง แต่ประหยัดพื้นที่แนวนอน
ราคาสูงขึ้นและยังต้องย้ายผ้าระหว่างถัง
เลือกจากจำนวนสมาชิกในบ้าน
อยู่คนเดียวหรือสองคน
เครื่องซัก–อบในเครื่องเดียวกันอาจตอบโจทย์ที่สุด โดยเฉพาะเมื่ออยู่คอนโดหรือไม่มีพื้นที่ตากผ้า ควรเลือกขนาดที่รองรับผ้าที่ใช้จริง และอย่าเลือกจากความจุซักเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจสอบความจุอบด้วย
ครอบครัวประมาณ 3–4 คน
หากซักผ้าสัปดาห์ละไม่กี่ครั้งและมีพื้นที่ตากผ้า เครื่องซักผ้าเพียงเครื่องเดียวอาจเพียงพอ แต่หากมีเด็กเล็ก ชุดนักเรียน หรือผ้าเช็ดตัวจำนวนมาก การเพิ่มเครื่องอบแยกจะช่วยลดภาระได้ชัดเจน
ครอบครัวใหญ่ 5 คนขึ้นไป
ควรพิจารณาเครื่องซักผ้าความจุสูงร่วมกับเครื่องอบแยก หรือเลือกชุดซัก–อบแบบ WashTower เพราะสามารถจัดการผ้าปริมาณมากได้คล่องตัวกว่าเครื่องซัก–อบถังเดียว
ตัวอย่างเช่น Samsung WF90F25ADSST ที่ซักได้ 25 กก. เหมาะกับงานซักปริมาณมาก ส่วน LG WashTower WT2116SHEG มีความจุซัก 21 กก. และอบ 16 กก. จึงตอบโจทย์บ้านที่ต้องการระบบซักและอบครบชุด
5 คำถามที่ควรตอบก่อนตัดสินใจ
1. บ้านมีพื้นที่ติดตั้งเท่าไร?
วัดทั้งความกว้าง ความลึก ความสูง ตำแหน่งเปิดประตู ระยะต่อท่อน้ำ จุดระบายน้ำ และปลั๊กไฟ อย่าดูเฉพาะขนาดหน้าตู้ เพราะต้องเผื่อพื้นที่สำหรับติดตั้งและบำรุงรักษาด้วย
2. ซักผ้าครั้งละมากแค่ไหน?
ผู้ที่ซักผ้าทีละมาก ๆ ควรเลือกเครื่องซักและเครื่องอบแยก ส่วนผู้ที่ซักผ้าปริมาณไม่มากแต่ต้องการความสะดวก สามารถเลือกเครื่องซัก–อบถังเดียวได้
3. ต้องการให้ผ้าแห้งทันทีทุกครั้งหรือไม่?
หากต้องการอบเฉพาะช่วงฝนตก เครื่องซักผ้าร่วมกับการตากตามปกติอาจคุ้มค่ากว่า แต่ถ้าต้องอบทุกวัน ควรพิจารณาเครื่องอบแยกหรือ WashTower
4. ยอมย้ายผ้าระหว่างเครื่องได้หรือไม่?
ผู้ที่ไม่ต้องการรอหรือย้ายผ้า ควรเลือกเครื่องซัก–อบถังเดียว ส่วนผู้ที่ยอมย้ายผ้าเพื่อแลกกับความจุและความคล่องตัวที่มากกว่า ควรเลือกเครื่องแยก
5. ต้องซักผ้าหลายรอบต่อเนื่องหรือไม่?
หากต้องซักผ้าหลายรอบ เครื่องซักและเครื่องอบแยกจะทำงานได้คล่องกว่า เพราะระหว่างที่ผ้าชุดแรกกำลังอบ เครื่องซักสามารถเริ่มทำงานกับผ้าชุดต่อไปได้
สรุปแล้วควรเลือกแบบไหน?
เลือกเครื่องซักผ้า เมื่อคุณมีพื้นที่ตากผ้า ต้องการความจุสูง และยังไม่จำเป็นต้องอบผ้าทุกครั้ง
เลือกเครื่องอบผ้าเพิ่ม เมื่อมีเครื่องซักผ้าอยู่แล้ว แต่ต้องการแก้ปัญหาผ้าไม่แห้ง กลิ่นอับ หรือมีเสื้อผ้าที่ต้องใช้ต่อเนื่องทุกวัน
เลือกเครื่องซัก–อบในเครื่องเดียวกัน เมื่อพื้นที่จำกัด ต้องการความสะดวก และมักซักผ้าปริมาณไม่มากในแต่ละรอบ
เลือกชุดซัก–อบแยกหรือ WashTower เมื่อเป็นครอบครัวใหญ่ ซักผ้าบ่อย ต้องการความจุสูง และอยากได้ประสิทธิภาพของเครื่องแยกโดยยังประหยัดพื้นที่แนวนอน
ไม่มีตัวเลือกใดดีที่สุดสำหรับทุกบ้าน แต่มีตัวเลือกที่ “เหมาะกับบ้านของคุณที่สุด” ก่อนซื้อจึงควรวัดพื้นที่ ประเมินปริมาณผ้า และพิจารณาว่าคุณต้องการความสะดวกหรือความคล่องตัวในการซักมากกว่ากัน
เลือกชมเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และเครื่องซัก–อบหลากหลายรุ่นได้ที่ไทยมาร์ท พร้อมรับคำแนะนำเรื่องขนาด การติดตั้ง และการเลือกเครื่องให้เหมาะกับการใช้งานจริง เพื่อให้ทุกวันซักผ้าเป็นเรื่องง่ายขึ้น
มั่นใจ ให้ไทยมาร์ทดูแลคุณ
***************************
เครื่องซักผ้า
เครื่องอบผ้า
เครื่องซักอบ
เครื่องซักผ้าอบแห้ง
เครื่องซักอบในเครื่องเดียว
เครื่องอบผ้า Heat Pump
LG WashTower
เครื่องซักผ้าฝาหน้า
เลือกเครื่องซักผ้า
เครื่องซักผ้าสำหรับครอบครัวใหญ่